วันป่าชุมชน 24 พ.ค. 2565
“คนที่ไร้ที่อยู่ที่ทำกินก็ต้องรู้สึกว่า พวกที่ต้องการรักษาป่าคือศัตรูขัดขวางความสุข ของเขา ฉะนั้น ป่าก็เป็นที่ต้องห้าม
ขัดประโยชน์ของ พวกที่ไร้ที่ดิน ทางเลือกทางเดียว คือทำให้ป่าที่อยู่ เป็นทางหากินของพวกเขา
โดยมีคนของทางราชการช่วยจัดและดูแลผลประโยชน์ ของพวกไร้ที่อยู่
และผลที่เลิศของส่วนรวมคือ “น้ำ” ซึ่งจำเป็นต่อชีวิตที่สุด”
พระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
๒๖ ธันวาคม ๒๕๒๕“
คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 เห็นชอบให้วันที่ 24 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันป่าชุมชนแห่งชาติ สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ.2562 ขึ้น ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 อีกทั้งเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ น้อมรำลึกถึงพระ มหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย และสืบสานพระราชปณิธานในด้านการส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรป่าไม้ให้ “คน”กับ “ธรรมชาติ” อยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัย และเอื้อประโยชน์ต่อกันได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนเพื่อให้องค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้ทราบถึงความสำคัญของป่าชุมชนและทรัพยากรป่าไม้ของชาติในภาพรวม สร้างขวัญและกำลังใจให้กับชุมชนที่ดูแลรักษาป่า เกิดความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติ แก่ชุมชนต่อไป
ปัจจุบันมีป่าชุมชนกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จำนวนมากกว่า 11,327 แห่ง รวมเนื้อที่ประมาณ 6.29 ล้านไร่ มีชุมชนร่วมบริหารจัดการป่ามากกว่า 13,028 หมู่บ้าน โดยชุมชนได้ร่วมกับรัฐในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู จัดการ บำรุงรักษา ตลอดจนใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืนในรูปแบบของป่าชุมชน สอดคล้องกับวิถีชีวิต และขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น
จึงขอรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องเครือข่ายป่าชุมชน หน่วยงาน องค์กร และภาคประชาชน ตระหนักถึงความสำคัญของป่าชุมชนโดยร่วมกันจัดกิจกรรมการต่าง ๆ อาทิเช่น การปลูกต้นไม้ การบำรุงรักษาป่าชุมชน การทำฝายชะลอน้ำ การลาดตระเวน หรือการทำแนวกันไฟ ในวันดังกล่าว เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรป่าไม้ ทำให้ป่าเกิดความอุดมสมบูรณ์ ยั่งยืน สืบทอดเป็นมรดกตกทอดไปสู่รุ่นลูก รุ่นหลานสืบไป
ข้อมูลสำหรับศึกษาด้านป่าชุมชน เอกสารสำหรับดาวโหลด
วีดีทัศน์ส่งเสริมความเข้าใจด้านป่าชุมชน
“ป่าชุมชน (Community Forest) เป็นวิถีปฏิบัติและเป็นการปรับตัวของการจัดการทรัพยากรภายในชุมชนในการช่วยลดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคมของคนในชุมชน จากการถูกแย่งชิงทรัพยากรเพื่อการพัฒนาประเทศ และเป็นแนวทางหนึ่งในการรักษาพื้นที่ป่าและความสมบูรณ์ของนิเวศป่าไม้ เพื่อให้ระบบนิเวศคงความสมดุลย์ เนื่องจากป่าชุมชนเป็นกลไกที่สำคัญที่เป็นช่องทางให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ จัดการ ฟื้นฟูให้ป่ามีความสมบูรณ์เพิ่มขึ้น และมีการใช้ทรัพยากรและผลผลิตจากป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความมั่นคงแห่งชีวิตของคนในชุมชน ดังนั้นเมื่อคนในชุมชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้นจึงไม่ต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน และที่สำคัญยิ่งคือเพิ่มความสามารถให้กับมนุษยชาติ ได้เรียนรู้การอยู่อย่างสมดุลกับธรรมชาติและดำรงชีพอยู่ได้อย่างมีความสุข“
|